ประวัติป๊อบคอร์น

แม้แต่ก่อนโคลัมบัสจะมาค้นพบ ชาวอินเดียนในแถบอะราวัค และคาริบ ก็ใช้ป๊อปคอร์นสำหรับการตกแต่ง และเป็นอาหารในแถบเวสต์อินดีส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2035 …

แม้แต่ก่อนที่คอร์เตซจะมาพบ ชาวแอสเท็กในเม็กซิโกก็ประดับกายด้วยสร้อยคอและเครื่องประดับศีรษะที่ใช้ในพิธี ที่ทำจากป๊อปคอร์น ในช่วงปี พ.ศ. 2062 …

แม้แต่ก่อนที่นักสำรวจชาวฝรั่งเศสในแถบห้าทะเลสาบใหญ่ หรือแถบเกรทเลค ได้พบเห็นชาวอินเดียนเผ่าอีรัคควีส์(Iroquois) คั่วข้าวโพดในหม้อดินเผาด้วยทรายร้อนๆ …

มีการปลูกป๊อปคอร์นกันในอเมริกา เนื่องจากชาวพื้นเมืองมีความชื่นชอบในการรับประทานป๊อปคอร์น และป๊อปคอร์นก็ยังเป็นที่นิยมกันต่อมาอีกหลายศตวรรษ

นักโบราณคดีได้ค้นพบข้อพิสูจน์ว่าป๊อปคอร์นมีมานานแล้ว ก่อนการมาถึงของชาวยุโรปในดินแดนแถบโลกใหม่

การขุดค้นถ้ำแบตเคฟ บริเวณเวสต์เซ็นทรัลนิวเม็กซิโก ทำให้พบฝักป๊อปคอร์นอายุเกือบ 5600 ปี โดยดูจากผลทดสอบหาคาร์บอนกัมมันตรังสี และฟอสซิลเกสรดอกไม้อายุ 80,000 ปี ที่พบลึก 200 ฟุต ใต้เม็กซิโกซิตี้ ซึ่งต่อมาได้มีการระบุว่าเป็นเกสรข้าวโพด นอกจากนี้นักวิจัยยังค้นพบเมล็ดป๊อปคอร์นอายุกว่า 1000 ปีในหลุมฝังศพทางชายฝั่งแถบตะวันออกของเปรู ซึ่งป๊อบคอร์นที่พบยังคงสภาพดีจนยังสามารถแตกฟูได้อยู่เลยก็มี

การค้นพบกรุสมบัติอื่นๆก็เป็นการช่วยยืนยันว่าป๊อปคอร์นมีมาตั้งแต่อดีตกาล หม้อคั่วข้าวโพดดินเผาที่อายุย้อนไปถึงอารยธรรมก่อนยุคอินคาในเปรู หรือไหเก่าแก่ (ค.ศ.300) ที่ใช้ในพิธีฝังศพในเม็กซิโกมีการวาดภาพเทพแห่งข้าวโพดที่มีเครื่องประดับศีรษะเป็นป๊อปคอร์น อันที่จริงแล้วงานวิจัยได้พิสูจน์ว่าบรรดาบรรพบุรุษของชนเผ่าอเมริกันพื้นเมืองนิยมรับประทานป๊อปคอร์นกันตั้งแต่ก่อนการประสูติของพระคริสต์แล้ว และในทุกวันนี้ป๊อปคอร์นก็ยังคงเป็นหนึ่งในของว่างยอดนิยมของอเมริกา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของป๊อปคอร์น